คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ART DNA HUB : ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ ภายใต้แนวคิด “ถอดรหัสศิลปะ ถ่ายทอดข้ามรุ่น สร้างคน สร้างนวัตกรรม” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และความร่วมมือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตลอดจนเครือข่ายศิลปินแห่งชาติ นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ
ภายในงานมีการเปิดตัว ART DNA HUB อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ทัศนศิลป์ของประเทศ มุ่งรวบรวม ถ่ายทอด และพัฒนาองค์ความรู้จากศิลปินแห่งชาติและผู้เชี่ยวชาญ ผ่านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล คลังองค์ความรู้ (Knowledge Repository) เครื่องมือ Art DNA Map และ Art DNA Canvas รวมถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้และนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Gallery และ Virtual Exhibition) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย ศิลปิน ครู และประชาชน สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านศิลปะได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแสดงความยินดีต่อความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดัน ART DNA HUB ให้เป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของไทย สู่การสร้างนวัตกรรม การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และการเสริมสร้างศักยภาพด้าน Soft Power ของประเทศ
ภายในพิธีเปิด นายดนุพร ปุณกานต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวง อว. ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมควบคู่กับการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปะ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมระบุว่า ART DNA HUB เป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้จากศิลปินแห่งชาติและศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยกระบวนการ “ถอดรหัสศิลปะ (Art Decoding)” สู่การพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัล เครื่องมือ Art DNA Map และ Art DNA Canvas ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) และยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านศิลปะของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล อันเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนผ่าน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านองค์ความรู้ทางศิลปะ โดยสนับสนุนการจัดตั้ง ART DNA HUB เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์ เชื่อมโยงเครือข่ายศิลปิน นักวิจัย และสถาบันการศึกษา พร้อมพัฒนาระบบจัดการองค์ความรู้ ฐานข้อมูลดิจิทัล และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เช่น Virtual Gallery และ Virtual Exhibition เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย ศิลปิน และประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียม สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การวิจัย นวัตกรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าทุนทางวัฒนธรรมของประเทศในระยะยาว
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ปานฉัตท์ อินทร์คง ผู้บริหารจัดการศูนย์ ART DNA HUB กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความมุ่งมั่นในการรวบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ และกระบวนการสร้างสรรค์ของศิลปินผู้เชี่ยวชาญให้ได้รับการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “ถอดรหัสศิลปะ ถ่ายทอดข้ามรุ่น สร้างคน สร้างนวัตกรรม” โดยพัฒนา ART DNA HUB ให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านทัศนศิลป์ของประเทศ ผ่านการสร้างคลังข้อมูลดิจิทัล เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือถอดรหัสอัตลักษณ์ทางศิลปะ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปิน ครู นักศึกษา นักวิจัย และประชาชน สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และนำไปต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนยกระดับศิลปะไทยสู่เวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานของ ART DNA HUB สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยและคณะศิลปกรรมศาสตร์ในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ โดยใช้ ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) เป็นฐานในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ สนับสนุน การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางศิลปะ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และศิลปิน เพื่อยกระดับศิลปะไทยสู่เวทีนานาชาติ อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาที่ยั่งยืน
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี พร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ด้านศิลปะที่เปิดกว้าง เชื่อมโยงองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญสู่คนรุ่นใหม่ ต่อยอดงานวิจัย นวัตกรรม และการสร้างคุณค่าจากมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและศักยภาพของบุคลากรด้านศิลปกรรมให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
SDG 4 Quality Education (การศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพ)
4.3: Lifelong learning measures (มาตรการการเรียนรู้ตลอดชีวิต)
-
4.3.2 Public events (lifelong learning): การจัดนิทรรศการและเปิดคลังความรู้สาธารณะ “ถอดรหัสศิลปะ ถ่ายทอดข้ามรุ่น” เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Learning Ecosystem) แก่ประชาชนทุกช่วงวัย
SDG 9 Industry, Innovation and Infrastructure (อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน)
9.4: Research income from industry and commerce / Infrastructure (นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน)
-
9.4.1 Industry and commerce collaboration / Digital Infrastructure: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านองค์ความรู้ทางศิลปะ ผ่านการสร้างระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Repository) แพลตฟอร์ม Virtual Gallery และเครื่องมือ Art DNA Map/Canvas เพื่อต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมวัฒนธรรม
SDG 11 Sustainable Cities and Communities (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน)
11.2: Support of arts and heritage (การสนับสนุนศิลปะและมรดก)
-
11.2.3 Public access to museums and exhibition spaces: การสร้าง Virtual Gallery และ Virtual Exhibition เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน นักศึกษา และนักวิจัย สามารถเข้าถึงคลังมรดกทางทัศนศิลป์ของประเทศได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงทุกที่ทุกเวลา
SDG 17 Partnerships for the Goals (ความร่วมมือเพื่อเป้าหมายที่ยั่งยืน)
17.2: Relationships to support the goals (ความสัมพันธ์ที่สนับสนุนเป้าหมาย)
-
17.2.2 Cross-sectoral dialogue about SDGs: การประสานความร่วมมือข้ามภาคส่วนอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ (กระทรวง อว., วช.), สถาบันการศึกษา (มทร.ธัญบุรี), เครือข่ายศิลปินแห่งชาติ และภาคเอกชน (ไอคอนสยาม) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

